- ล้อมวงเข้ามา : คุยกับ ‘นิธิ เอียวศรีวงศ์’ ในวัน ‘เสื้อแดง’ พ่าย
- ฝันกลางไฟ ร่วมดับไฟกลางเมือง
- สัมโมทนียกถาแก่ผู้ร่วมธรรมยาตราเพื่อสังคมสันติสุข
- คนค้นฅนตอนพิเศษ ฟังพระไพศาล วิสาโล ....การก้าวไปข้างหน้า
ดูรายการย้อนหลัง
อ่านบทสัมภาษณ์ - ทวิภพในสมมติของเอกภพ
- The path to social and inner happiness
- All Thais need to share country's future
- ยุติด้วยธรรม และการแ้ก้ปัญหาที่รากเหง้า
- อานุภาพของเส้นแบ่ง - พระไพศาล วิสาโล
- ข้อแนะนำในการปฏิบัติตัวเมื่อเข้าสู่สถานการณ์ความรุนแรงจากการเผชิญหน้า
- เสียงจากผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์การระเบิดที่ถนนสีลม เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน
- **ภาค ๓ "เสียง" จากเพื่อนร่วมเหตุการณ์วันที่สิบเมษา : ผู้บาดเจ็บที่ยังคงอยู่ในโรงพยาบาล
- อบรมอาสาสมัครสันติวิธี ๒๓ เมษายน ๒๕๕๓
- The real enemy - Phra Paisal Visalo
นิรโทษกรรมสากลร้อง "มาร์ค" สอบสวนเหตุการณ์ไม่สงบอย่างเป็นธรรม แนะเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2553 เวลา 19:50:59 น. มติชนออนไลน์
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า องค์การนิรโทษกรรมสากลได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รับประกันว่าการสอบสวนถึงเหตุการณ์ไม่สงบที่เพิ่งเกิดขึ้นในประเทศไทยจะดำเนินไปอย่างเป็นอิสระและยุติธรรม นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังควรประกาศยกเลิกการใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินโดยทันที
"ความเป็นอิสระถือเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญสูงสุดต่อความน่าเชื่อถือของการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น" นายเคลาดิโอ คอร์โดเน่ เลขาธิการทั่วไปขององค์การนิรโทษกรรมสากล ระบุในจดหมายที่ยื่นถึงผู้นำรัฐบาลไทย และว่าการสอบสวนครั้งนี้ควรเป็นอิสระจากคู่ขัดแย้งในเหตุการณ์ไม่สงบดังกล่าว
"การสอบสวนต้องมีความยุติธรรม และทำการตรวจสอบข้อกล่าวหาที่ระบุว่าทั้งสองฝ่ายต่างมีการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน" จดหมายฉบับนี้ระบุ
แม้นายคณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด ในฐานะประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ จะระบุว่าคณะกรรมการชุดนี้มีจุดหมายในการค้นหาข้อเท็จจริงมากกว่าการแสวงหาผู้ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่องค์การนิรโทษกรรมสากลกลับกระตุ้นให้การสอบสวนของคณะกรรมการที่มีนายคณิตเป็นประธาน ดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นที่แน่ชัดว่าเกิดขึ้นทั้งจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มคนเสื้อแดง
นอกจากนี้ องค์การนิรโทษกรรมสากลยังเห็นว่า การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นเวลานาน 2 เดือน ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ยังจะทำให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของรัฐไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ทั้งนี้ พ.ร.ก.ดังกล่าวยังให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐอย่างล้นเกินและคลุมเครือในการเซ็นเซอร์ ซึ่งส่งผลให้การแสดงความคิดเห็นบางประการของผู้คนในสังคมต้องถูกลงโทษ โดยรัฐบาลไทยได้ปิดเว็บไซต์ไปแล้วอย่างน้อย 1,500 แห่ง ทั้งยังปิดสถานีวิทยุชุมชน สถานีโทรทัศน์ และสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีเนื้อหาต่อต้านรัฐบาลอีกด้วย
