ฉลาดทำใจในยามการเมืองขัดแย้ง แบ่งฝักฝ่าย พระไพศาล วิสาโล

          เมื่อมีความขัดแย้งทางการเมืองโดยเฉพาะในระดับประเทศ  ประชาชนทั่วไปรวมทั้งเราด้วยมักถูกดึงเข้าไปเป็นฝักฝ่าย     ทำให้ความขัดแย้งขยายตัว และลุกลามไปถึงที่ทำงานและในบ้าน  ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีผลประโยชน์ใด ๆ มาเกี่ยวข้อง หากเป็นเพราะความคิดเห็นต่างกัน หรือสนับสนุนคนละฝ่ายกันเท่านั้น
          ในสภาพเช่นนี้พึงระลึกไว้ว่า คนเรานั้นเห็นต่างกันได้   อาจเป็นเพราะได้ข้อมูลต่างกัน หรือ มีเกณฑ์วัดความดีและความสำเร็จต่างกันก็ได้  แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม  ข้อสำคัญก็คือคนที่เห็นต่างจากเราไม่ใช่คนเลว   คนดีก็มีสิทธิเห็นต่างจากเราได้   ดังนั้นจึงไม่ควรเห็นเขาเป็นศัตรู
          ควรมองคนให้กว้างขึ้น  แล้วเราจะพบว่า  แม้เขาจะคิดต่างจากเราในเรื่องนี้ แต่ก็มีหลายเรื่องที่คิดเหมือนกับเรา  จึงไม่ควรมองเห็นเขาเป็นศัตรูเพียงเพราะว่าคิดต่างจากเราในเรื่องนี้หรือเรื่องนั้น  จะว่าไปแล้วคนเราทุกคนมีความเหมือนมากกว่าความต่าง   ถ้าเราไปติดอยู่กับความต่าง เราจะมองกันเป็นศัตรูได้ง่าย แล้วความโกรธเกลียดจะเผาลนจิตใจเรา  แต่ถ้าเรามองไปที่ความเหมือนให้มากๆ จะพบว่าเราเป็นเพื่อนกัน  รักชาติบ้านเมืองเหมือนกัน 
          นอกจากมองกว้างแล้ว ควรมองให้ไกลด้วย  วันนี้เรากับเขาอาจอยู่คนละมุม แต่พรุ่งนี้เรากับเขาอาจร่วมมือร่วมใจกันในเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ได้  ดังคนไทยทั้งประเทศได้แสดงให้เห็นเมื่อครั้งร่วมใจกู้ภัยสึนามิมาแล้ว     เพราะฉะนั้นแม้จะขัดแย้งกัน แต่อย่าทะเลาะกันจนมองหน้าไม่ติด  เพราะวันพรุ่งนี้เราอาจจำเป็นต้องมาจับมือกันก็ได้
          ที่สำคัญก็คือคนที่เห็นต่างจากเราบางคนก็เป็นคู่รัก เป็นญาติพี่น้อง หรือมิตรสหาย   เราจะต้องมีชีวิตร่วมกันไปอีกนาน ดังนั้นจะทะเลาะวิวาทกันไปทำไม  พึงตระหนักว่าประเด็นการเมืองที่ขัดแย้งกันนั้น  ส่วนใหญ่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานก็สร่างซาไป  ไม่กลายเป็นเรื่องใหญ่อีกต่อไป  แต่หากเราทะเลาะกันจนมองหน้าไม่ติดแล้ว  ความบาดหมางจะกินใจทุกฝ่ายไปอีกนาน จึงควรพิจารณาว่าคุ้มหรือไม่ที่จะต้องวิวาทกันในเรื่องการเมืองที่หาความแน่นอนไม่ได้
          ประการต่อมาคือ   อย่าเสียเวลากับข่าวสารมากเกินไป  บางข่าวเราได้ยินซ้ำแล้วซ้ำเล่าภายในวันเดียว  ทำให้จิตใจหดหู่หรือขึ้งเคียดโดยเฉพาะเมื่อเป็นข่าวที่ไม่ถูกใจ    ดังนั้นจึงควรมีความพอดีในการเสพข่าวสาร  และรู้จักปล่อยวางบ้าง ไม่ควรนำเอาไปครุ่นคิดทั้งในเวลากินข้าว ทำงาน และเวลานอน     อย่าลืมว่าการเมืองไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตเรา หากเป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิตเท่านั้น  ชีวิตเรายังมีอีกหลายเรื่องที่ควรใส่ใจ
          ประการสุดท้ายคือ . แผ่เมตตาให้คู่กรณีที่อยู่คนละฝ่ายกับเราบ้าง  พึงตระหนักว่า ความโกรธเกลียดไม่เป็นผลดีแก่จิตใจของเรา   ทุกครั้งที่เรารู้สึกโกรธเกลียด มีจิตปรารถนาร้ายต่อใคร   คนแรกที่ถูกทำร้ายคือเรา   ความโกรธเกลียดนั้นทำร้ายเราก่อนที่จะไปทำร้ายคนอื่นเสียอีก  เพียงแค่คิดถึงเขาก่อนนอน ก็อาจทำให้เรานอนไม่หลับ เกิดความเครียด ความดันโลหิตขึ้น    อย่าปล่อยให้ความโกรธเกลียดบั่นทอนจิตใจของเรา   ขับไล่ความโกรธเกลียดไปด้วยการแผ่เมตตา   
          ทุกคืนก่อนนอน ลองแผ่เมตตาให้เขาด้วยความปรารถนาดี  ขอให้เขาหลุดพ้นจากวังวนแห่งความทุกข์   ขอให้ความโลภ โกรธ หลงอย่าได้เกาะกุมจิตใจเขาเลย  ขอให้เขามีสัมมาทิฏฐิและมีโอกาสเข้าถึงความสงบสุขที่ลึกซึ้งในชีวิต  เวลาอ่านหนังสือพิมพ์ ฟังวิทยุ หรือดูโทรทัศน์พบเห็นภาพของคู่ตรงข้ามที่เราไม่ชอบใจ  แผ่เมตตาทำนองนี้ให้เขาด้วยก็ดี  อย่างน้อยใจเราจะได้ไม่เร่าร้อนหรือถูกเผาลนด้วยความโกรธเกลียด